แฟนหวยแห่ขอหวยตรังเจองูสองหัวโผล่ ฮือฮามนุษย์ไร้หัว ศพเด็กทารกเพศหญิง เกิดมาไม่มีศีรษะกับแขน แพทย์ระบุเป็นลักษณะของแฝดไม่สมบูรณ์ แฟนหวยทราบข่าวไม่รอช้า แห่กราบไหว้ขอเลขเด็ดกันอย่างเนืองแน่นตาม ระเบียบ “กาฬสินธุ์” แตกตื่นต้นกล้วยประ หลาดออกปลีกลางต้นคล้ายพญานาค เชื่อให้ โชคลาภ ส่วน “เมืองตรัง” แห่ดูงูสองหัวขอเลขเด็ด ขณะที่นักเสี่ยงโชคจากทั่วสารทิศ ตื่นขอหวยตอตะเคียนทองกลายเป็นหิน วัดหลวงพ่อปากแดงศักดิ์สิทธิ์ ด้าน “หนุ่มกรุงเก่า” ผวากดติดวิญญาณเจ้าแม่ตะเคียน
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า มีชาวบ้านแตกตื่นแห่เดินทางไป ที่วัดน้อมนาวาส (วัดบ้านกลอง) หมู่ 5 ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อไปดูศพเด็กทารกแรกเกิด แต่มีสภาพผิดปกติ ไม่มีหัว ไม่มีแขน จึงเดินทางไปตรวจสอบพบ ศพทารกแรกเกิดบรรจุอยู่ในตู้พลาสติกเลี้ยงปลา ขนาดกว้าง 20 ซม. ยาว 50 ซม. จากการตรวจสอบพบว่าเป็นศพทารกเพศหญิงอยู่ในลักษณะท่านั่งน้ำหนัก 1.3 กิโลกรัม ที่ผิดแปลกกว่าเด็กปกติทั่วไปคือ มีเฉพาะลำตัว และขาทั้งสองข้าง แต่ไม่มีศีรษะและแขน ส่วนเท้าแต่ละข้างมีนิ้วเพียง 3 นิ้ว แต่มีสะดือ และอวัยวะ เพศชัดเจน รวมทั้งมีเส้นผมออกมาจำนวนหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในตู้บรรจุศพถูกปิดฝาไว้อย่างมิดชิด และญาติได้นำขวดนม ผ้าอ้อมและอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงเด็กแรกเกิด ใส่รวมไว้ ส่วนด้านนอกได้มีการจุดธูปเทียนบูชา ขณะที่ชาวบ้านนำธนบัตร ฉบับละ 20, 50 และ 100 บาท ใส่จนเกือบเต็มกล่อง พร้อมกับพากันยกมือไหว้ท่วมหัวบนบานขอให้มีโชคลาภ รวมทั้งตีเป็นเลขเด็ดต่าง ๆ นานา เพื่อนำไปแทงหวยในงวดวันที่ 16 ต.ค. ที่จะถึงนี้
ด้าน นพ.นพพร ชื่นกลิ่น นายแพทย์สาธารณสุข จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในทางวิชาการ ลักษณะเช่นนี้ถือว่าเป็นลักษณะของแฝดไม่สมบูรณ์ คือลักษณะของแฝดนั้น มาจากไข่ใบเดียวกัน และไข่คนละใบ แต่ในลักษณะเช่นนี้ ไม่สามารถแยกได้ว่า เป็นไข่ใบเดียวหรือสองใบ เนื่องจากไม่สามารถ ดูใบหน้าได้ โดยรวมคือความไม่สมบูรณ์ของการเจริญในครรภ์นั่นเอง ดังนั้น จะเห็นได้ว่าบ่อยครั้งที่เมื่อคลอดแฝดออกมาแฝดจะตัวเล็กกว่าการตั้งครรภ์เดี่ยว ลักษณะแบบนี้เป็นเรื่องที่แปลก แต่ไม่ใช่พิสดาร เป็นเรื่องธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้ และเด็กไม่มีช่องหายใจ จึงไม่สามารถอยู่ได้ แต่ที่มีสัญญาณ ชีพในครรภ์นั้น เกิดจากการดำรงอยู่ของมารดาผ่านทางสายสะดือนั่นเอง
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีชาวบ้านจำนวนมากแห่กันไปทำพิธีขอหวยกับต้นกล้วย ที่บ้านเลขที่ 33 ถนนเสน่หา เขตเทศบาลเมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งออกหัวปลีเป็นรูปคล้ายกับพญานาค จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าต้นกล้วยดังกล่าวออกปลี กลางลำต้นโดยก้านของปลีมีลักษณะคล้ายพญานาค สร้างความแปลกใจให้กับผู้พบเห็น ด้าน นางเพิ่มพูน กาญกันหา อายุ 85 ปี เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ช่วงก่อนออกพรรษา ตนได้เข้าไปทำความสะอาดบริเวณหลังบ้าน สังเกตเห็นต้นกล้วยที่ปลูกไว้มีปลีโผล่ออกมากลางลำต้น มีลักษณะคล้ายกับหัวพญานาค ซึ่งตนเกิดมาอายุ 85 ปี แล้วยังไม่เคยเห็นมาก่อน จึงได้นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ เสริมความเป็นสิริมงคล เนื่องจากเชื่อว่าพญานาคจะมาดล บันดาลให้ตนมีโชคลาภ
ที่ จ.ตรัง วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่บ้านเลขที่ 76/2 หมู่ 1 ต.หนองตรุด อ.เมือง จ.ตรัง มีงูประหลาด สองหัว จึงเดินทางไปตรวจสอบพบชาว บ้านกำลังแห่มุงดูงูประหลาดที่มีหัว 2 หัว กันอย่างไม่ขาดสาย โดยงูตัวดังกล่าว มี ลักษณะประหลาดคือมีหัว 2 หัว ลำตัวสีดำตัดด้วยลายขวางสีเงิน มีความยาวทั้งตัวขนาด 17 ซม. เส้นรอบลำตัวยาว 1.5 ซม. น้ำหนัก ประมาณ 300 กรัม โดยมีชาวบ้านทราบข่าวต่างพากันมาขอดู เพื่อนำไปตีเป็นเลขเด็ด
ที่วัดพราหมณี หรือวัดหลวงพ่อปากแดงศักดิ์สิทธิ์ ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก มีนักเสี่ยงโชคจากทั่วทุกสารทิศ แห่มากราบไหว้ขอเลขเด็ดตอตะเคียนทองที่กลายเป็นหิน จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าที่บริเวณด้านหลังศาลแม่ตะเคียนเงิน-ตะเคียนทอง มีตอตะเคียนทอง ยาว 1.50 เมตร กว้าง 12 นิ้ว น้ำหนัก 70 กก. มีนักเสี่ยงโชค กำลังยืนห้อมล้อมจุดเทียน และธูปกันควันโขมง กราบไหว้ตอตะเคียนทอง เพื่อขอเลขเด็ดโชคลาภกันอย่างเนืองแน่น ขณะที่พระครูโสภณพรหมคุณ หรือหลวงพ่อตึ๋ง วาจาสิทธิ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองนครนายก กล่าวว่าอย่าไปหลงงมงายกับการเสี่ยงโชค และให้หมั่นสร้างความดีโชคลาภจะมาหาเอง
ขณะที่ผู้สื่อข่าวประจำ จ.พระนครศรี อยุธยา ได้รับการเปิดเผยจาก นายนราเอก ตันศิริ อายุ 38 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ว่าเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมาได้เดินทางไปดูต้นตะเคียนยักษ์ อายุนับร้อยปี ใกล้กับวัดโบสถ์ หมู่ 1 ต.บางบาล อ.บางบาล หลังจากทราบว่ามีคนไปกราบไหว้ ได้โชคลาภ ถูกรางวัลที่ 1 และมักจะมีชาวบ้านมาขอโชคลาภเป็นประจำแทบทุกคืน โดยเฉพาะคืนวันที่ 14 และ 15 ของทุกเดือน
เมื่อเดินทางไปถึงพบว่าเปลือกของต้นตะเคียนมีคราบแป้งขาวโพลน จึงถือโอกาส ดูเลขเด็ดจากเปลือกต้นตะเคียน สังเกตเห็นคล้ายเลข 23 และ 26 จึงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไว้ 5 รูป แต่ปรากฏว่า ถ่ายติดเพียงรูปเดียวถึงกับตกตะลึง เนื่องจากภาพที่เห็นคล้ายกับใบหน้าของคนอ้าปากร้อง ดวงตากลวง ลึก จึงรีบถอยออกมาแล้วก้มลงกราบขอขมา ก่อนเดินกลับทันที โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นภาพของวิญญาณเจ้าแม่ตะเคียน และขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นภาพที่ตกแต่งขึ้นแต่อย่างใด.
ที่มา : เดลินิวส์
บทความล่าสุด
วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552
แฟนหวย แห่กราบไหว้ขอเลขเด็ด เด็กคลอดไม่มีหัว งู 2 หัว ภาพวิญญานแม่ตะเคียน
วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ฮือฮา ตระกูลประหลาด นอนเฝ้าผีนาน 70 ปี
ฮือฮาตระกูลพิลึก นอนเฝ้าโลงศพมานานกว่า 70 ปี แฉเฝ้ามาตั้งแต่รุ่นยายจนมาถึงหลาน โดยคุณตาเจ้าของบ้านที่ตายเพราะประสบอุบัติเหตุ สั่งไว้ห้ามนำศพไปเผาหรือฝัง ให้ไปไว้ในบ้านจนกว่าจะไปผุดไปเกิด เผยเหตุขนหัวลุกบางครั้งมีเสียงคล้ายคนเดินอยู่ในบ้าน ส่วนหลานที่ได้รับมรดกผี ขณะนี้นอนเฝ้าโลงศพมานานกว่า 20 ปีแล้ว
เรื่องราวความแปลกประหลาดรายนี้ ถูกเปิดเผย เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. เมื่อผู้สื่อข่าวได้รับทราบจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 1 ต.อมฤต อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ที่บ้านเลขที่ 49 มีการเก็บซากโครงกระดูกมนุษย์เอาไว้ในโลงไม้นานนับสิบปี โดยมีคนนอนเฝ้า อยู่ทุกวันเพียงคนเดียว และมีเสียงร่ำลือถึงความอาถรรพณ์ของวิญญาณที่ยังไม่ไปผุดไปเกิด ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพิสูจน์ข้อเท็จจริง พบบ้านหลังดังกล่าวอยู่ห่างจากบ้านเขียวขุนพิทักษ์ อันเลื่องชื่อประมาณ 500 เมตร ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกใต้ถุนสูง เนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา หลังคาทรงปั้นหยา ส่วนทางเดินข้างบ้านเป็นไม้ผุพัง ภายในบ้านเป็นโถงกว้างไม่มีการกั้นห้อง สภาพทรุดโทรมอายุเกือบ 100 ปี
ขณะที่มุมของบ้านมีโต๊ะหมู่บูชาตั้งวางอยู่ แต่ที่น่าตกใจและประหลาดใจมากที่สุดคือ มีรูปถ่ายเก่า ๆ ปิดทองคำเปลววางอยู่หน้าโลงศพไม้สักเก่า และมีมุ้งกางคลุมเอาไว้ เมื่อเปิดมุ้งออกดูก็พบว่าไม่มีฝาโลงปิดอยู่ มองเห็นภายในโลงมีกะโหลกศีรษะมนุษย์ และซาก โครงกระดูกเป็นรูปร่างครบ ภายในบ้านมีกลิ่นอับ ของฝุ่นคลุ้งไปทั่ว ข้าวของวางกระจัดกระจาย บรรยากาศภายในบ้านน่าสะพรึงกลัวต่อผู้พบเห็น เป็นอย่างมาก
สอบถามนายสำเริง ยิ่งยง อายุ 36 ปี ผู้ดูแลบ้านหลังนี้ เปิดเผยว่า กระดูกที่อยู่ในโลงคือนายพวงทอง ลิดกะโห้ เสียชีวิตไปนานกว่า 70 ปีแล้ว ตนมีศักดิ์เป็นเหลนทางพี่สาวของคนตาย ซึ่งมีศักดิ์เป็นยายของตนได้ให้มานอนเฝ้าตั้งแต่ตนยังเล็ก ๆ โดยทุกวันหลังจากตนออกไปทำงานรับเหมาก่อสร้าง ก็จะกลับมาจุดธูปและหาน้ำมาวาง บางวันก็เอาอาหารมาวางให้ซึ่งตนมีหน้าที่ต้องนอนเฝ้าโลงดังกล่าวคนเดียวทุกคืน เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว โดยบางคืนก็จะมีเสียงคล้ายคนเดินไปมาอยู่ ในบ้านหลังนี้ และยังมีเสียงกวาดพื้น เมื่อไปสอบถามคุณยาย ก็ทราบว่าเป็นวิญญาณของตา ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ตนได้ยินเสียงจนชินแล้วจึงไม่เกิดความกลัวแต่อย่างใด
ด้านนางยุพิน อาทร อายุ 76 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของนายพวงทอง เปิดเผยว่า นายพวงทอง เป็นน้องคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 7 คน ก่อนหน้านี้หลังจากพ่อของตนซึ่งเป็นหมอโบราณ รักษาคนทั่วไปเสียชีวิตลง น้องชายก็ได้รับสืบทอดวิชาจากพ่อมารักษาคนที่ป่วย แต่ต่อมาน้องชายเกิดประสบอุบัติเหตุพลาดตกบันไดอกกระแทกกับครก ถึงขนาดไอเป็นเลือด นอนรักษาอยู่นานเกือบปีจึงเสียชีวิตลง โดยก่อนตายน้องชายบอกว่ารักบ้านหลังนี้มาก และไม่ให้เผาร่างขอให้เก็บศพเอาไว้ที่บ้านหลังนี้ จนกว่าจะไปผุดไปเกิด เดิมแม่เป็นคนเฝ้า เมื่อเสียชีวิตลงก็ให้พี่สาวคนโตดูแล จนพี่สาวคนโตเสียชีวิต ตนก็มาดูแลและให้หลานชายไปคอยดูแล และได้สั่งญาติที่เหลือว่า หากเป็นอะไรไปก็ขอให้สืบทอดรับมรดกเฝ้าศพนี้ไป ซึ่งทุกคนก็รับปาก จนกว่านายพวงทองจะไปเกิด
ส่วนนายฉนวน ธนูธร อายุ 78 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับบ้านที่เก็บศพ กล่าวว่า เมื่อตอนที่นายพวงทองมีชีวิตอยู่ เป็นที่รักของชาวบ้านและรักษาคนเจ็บได้ จนกลายเป็นหมอเทวดา เมื่อตายลงจึงไม่มีใครกลัว แม้ว่าจะเคยมาปรากฏร่างและเข้าร่างทรงให้รู้ว่ายังไม่ไปเกิด ชาวบ้านก็ไม่ได้กลัว และคิดว่าพี่น้องคงจะเก็บศพเอาไว้อย่างนี้และดูแลกันตลอดไป.
ที่มาจาก : เดลินิวส์
วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2552
กะเทย รักแท้ให้ตร.จับกัญชาหาคนรักในคุก
“พิสูจน์รักแท้” กะเทยยุค 2009 ลงทุนซื้อกัญชาหิ้วขึ้นโรงพักให้ตำรวจจับหน้าตาเฉย ประกาศก้องต้องการกลับไปหาคนรักในคุก ระบุก่อนหน้าถูกจับเสพยาไอซ์เหมือนฟ้าลิขิตไปเจอแฟนหนุ่มในเรือนจำฯ กรี๊ด...ถูกปล่อยตัวออกมาได้อาทิตย์กว่า คิดถึง-สุดทนหวานใจต้องติดอีกปีกว่าถึงจะได้เจอตัวเป็น ๆ สุดท้ายต้องงัดวิธีพิลึกเพื่อให้ถูกจองจำ ตร.มึนคดีแปลก เปรยอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง อยู่ข้างนอกสุขสบายกว่าอยู่ในคุกร้อยเปอร์เซ็นต์
กะเทยรักแท้หิ้วกัญชาขึ้นโรงพักให้ตำรวจจับเข้าคุก เพื่อไปพบแฟนหนุ่ม เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 15 มิ.ย. พ.ต.อ.นภดล วงษ์น้อม ผกก.สภ.เมืองชลบุรี พ.ต.ต.สันติ ชูเชิด สว.สส. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายอณัฐสนนท์ วะลัยใจ อายุ 21 ปี สาวประเภทสอง อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 4 ต.รอบเมือง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด สืบเนื่องจากเมื่อช่วงสายนายอณัฐ สนนท์ ได้นำกัญชา 1 ถุงเล็กเดินเข้ามามอบให้เจ้าหน้าที่บนโรงพัก พร้อมแจ้งความจำนงอยากติดคุก สาเหตุเพราะต้องการกลับไปหาคนรักที่จำคุกอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดชลบุรี เบื้องต้นตำรวจจึงต้องดำเนินคดีในข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครอง
จากการสอบสวนนายอณัฐสนนท์ ให้การว่า ตนเคยเต้นอะโกโก้ที่เมืองพัทยา ต่อมาถูกจับข้อหาเสพยาไอซ์ ศาลพิพากษาให้จำคุก ช่วงเวลาดังกล่าวเหมือนฟ้าประทานตนได้พบรักกับนายอาทิตย์ (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 26 ปี ซึ่งถูกจับข้อหาครอบครองยาไอซ์ ทั้งนี้ตนถูกปล่อยตัวออกมาได้อาทิตย์กว่า แต่ด้วยความคิดถึงประกอบกับทนไม่ไหวเนื่องจากคนรักเหลืออีกปีกว่าถึงจะเป็นอิสรภาพก็เลยจำเป็นต้องใช้วิธีดังกล่าวเพื่อกลับเข้าไปหาคนรักในเรือนจำฯ
พ.ต.อ.นภดล กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นคดีแปลก แต่เมื่อพบผู้กระทำความผิดตำรวจก็ต้องจับกุมดำเนินคดี อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนไม่พบสิ่งผิดปกติอย่างอื่น คาดว่าน่าจะเรื่องของความรักที่ทำให้นายอณัฐสนนท์ตาบอด อย่างไรก็ตามไม่อยากให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะอยู่ข้างนอกสุขสบายกว่าอยู่ในคุกแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์.
ที่มา : เดลินิวส์
วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552
พบ 3 ปลาไหล หลากสีเรืองแสง
วันก่อนชาวบ้านจำนวนมากพากันเดินทางไปบ้านเลขที่ 62 หมู่บ้านป่ายางมน หมู่ 2 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อดูปลาไหลประหลาดที่มีหลากหลายสี
เป็นปลาไหล 3 ตัว มีรูปร่างเหมือนปลาไหลทั่วไป ยาวราว 60 ซ.ม. แต่ทุกตัวมีสีสันไม่เหมือนปลาไหลทั่วไป เพราะมีหลากหลายสี ทั้งสีทอง สีเงิน และสีน้ำตาลสลับดำ
โดยตัวแรกมีสีเหลืองออกทอง ทั่วตัวมีจุดสีดำ ส่วนตัวที่สองเป็นสีขาวหรือเงินมีจุดสีดำขนาดใหญ่ไปทั่วตัว และตัวสุดท้ายมีน้ำตาลเหมือนปลาไหลทั่วไป แต่กลับมีลายสีดำสลับทั่วลำตัว
นายประพันธ์ โป่งคำ อายุ 39 ปี กล่าวว่า มีอาชีพเป็นคนขับรถแบ๊กโฮรับจ้าง เมื่อคืนก่อนนอนหลับฝันไปว่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นปลาไหล 3 ตัวไปอยู่ด้วย จงดูแลรักษาเอาไว้ให้ดีและหาที่อยู่ที่เหมาะสมให้ โดยตัวที่มีสีน้ำตาลจะเป็นทาสรับใช้ปลาไหลอีก 2 ตัวที่มีสีทองและเงิน
เมื่อตื่นขึ้นไปทำงานรับจ้างขับรถแบ๊กโฮขุด ลำเหมืองที่หมู่บ้านสันมะนะ ต.แม่สาย อ.แม่สาย เวลาราว 15.00 น. ปรากฏว่าบุ้งกี๋หรือที่ตักของรถตักเอาปลาไหล 3 ตัวกอดมัดกันแน่นขึ้นมาจากดินจนสังเกตเห็นได้ชัด จึงหยุดเครื่องและเข้าไปเก็บปลาไหลประหลาดทั้ง 3 ตัวเอาไว้
กระทั่งเลิกงานก็รำลึกถึงเหตุการณ์ในฝันจึงได้นำไปเลี้ยงไว้ที่บ้าน
นายคฑาวุธ ปานบุญ นักวิชาการสถานีประ มงน้ำจืด จ.เชียงราย กล่าวว่า ปลาไหลอาศัยอยู่ในที่ลุ่มชื้นแฉะตามธรรมชาติ และการที่ผิวของปลาไหลจะเป็นผิวเผือกก็ถือเป็นเรื่องปกติธรรมชาติที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แม้จะพบได้น้อยมากก็ตาม โดยสาเหตุมาจากการที่ยีนด้อยปรากฏออกมามากกว่า จึงทำให้เกิดเป็นผิวสีเผือกเหมือนกรณีคนเผือก
ส่วนกรณีที่ทั้ง 3 ตัวนี้มีจุดกระดำอยู่โดยไม่ขาวเผือกหรือมีสีเดียวกันหมดทั้งตัว ก็เกิดจากการที่ยังมียีนเด่นคงค้างอยู่ แต่แสดงออกมาเพียงเล็กน้อยทำให้แลดูเป็นจุดๆ
ทั้งนี้ สำหรับคนในวงการประมงเรื่องนี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด
ที่มา : ข่าวสด
วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552
แม่ตะเคียนเฮี้ยนให้หวยคนถูกทั้งหมู่บ้าน
ชาวบ้านเมืองกาญ พากันทำบุญเลี้ยงพระเพล พร้อมหนังดนตรีฉลอง 3คืน หลังถูกหวยงวดที่ผ่านมากันเกือบทุกเลข เผยที่ผ่านมาหากมีเรื่องทุกข์ร้อนขอเจ้าแม่จะให้สมปราถนาทุกราย
เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (12มิ.ย.) นายพิชัย ทองสิมา อดีต ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5ต.วังขนาย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี พร้อมนางสำเนียง ทองสิมา ภรรยาและนายสุทัศน์ ถาวรวงศ์ พร้อมชาวบ้านประมาณ200กว่าคนได้ร่วมกันทำบุญเลี้ยงพระเพลที่บริเวณศาลเจ้า แม่ตะเคียนทอง หมู่บ้านริมน้ำหลังอำเภอเขตหมู่5ต.วังขนาย อ.ท่าม่วง โดยอ้างว่าคนที่พากันมาทำบุญเลี้ยงพระนี้ได้ถูกหวยงวดที่ ผ่านมากันเกือบทุกคนคือเลข 661 242 097 240 642 และ 26 ส่วนไม้ตะเคียนทองที่ชาวบ้านกราบไหว้บูชามีลำต้นโตขนาด 4คนโอบ และยาวประมาณ15เมตร
นางสำเนียง กล่าวว่า หลังจากที่ทำบุญเลี้ยงพระเพลแล้วพวกตนกับชาวบ้าน ยังได้จัดให้มีภาพยนต์ดนตรีฉลองอีก 3 คืนที่บริเวณศาลแห่งนี้ ซึ่งชาวบ้านมักจะพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าศาลแห่งนี้ คนที่ไปตกเบ็ดหาปลาใน ยามค่ำคืนมักจะเห็นหญิงผมยาวสวยงามยืนอยูหน้าศาล ซึ่งเชื่อกันว่าหญิงผู้นั้นก็คือเจ้าแม่ตะเคียนทองนั่นเอง นอกจากนี้แล้วชาวบ้านที่ศรัทธามีความทุกข์อะไรไปกราบไหว้อธิฐานบนบานแล้วมัก จะได้อย่างสมใจปรารถนากันเกือบจะทุกรายไป
ทั้งนี้ ภายในศาลดังกล่าวยังมี รูปเจ้าปั้นทำด้วยเรซินสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ใส่ผมยาวสวยงาม ซึ่งชาวบ้านบอกว่าองค์เจ้าแม่ตะเคียนทองนี้จ้างเขาทำ เป็นเงิน1หมื่น7พันบาท สวมใส่ชุดไทยยาวสวย งามและข้างๆองค์เจ้าแม่ยังมีคนนำชุดไปแก้บนโดยวางเอาไว้อีกจำนวนมาก
ส่วนงวดหน้าในวันที่16มิ.ย.นี้ชาวบ้านอ้างว่าขอเลขเด็ดเจ้าแม่ได้ทั่วหน้า ล่าสุด เจ้าแม่ตะเคียน ทองให้เลขงวดต่อไปเลข 28 และ 634 ทำให้บรรดาคอหวยต่างพากันจดเลขที่ได้นำไปซื้อสลากในงวดหน้าต่อไป
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
พบจิ้งจกประหลาดมี 2 หัวตรงข้ามกัน ไม่มีหาง
เจอเรื่องแปลกๆ แบบนี้น่าจะถูกใจเซียนหวยนะคะ ยิ่งใกล้วันหวยออกแบบนี้ ใครจะตีเป็นเลขอะไรลองโพสแบ่งกันดูนะคะ ขอบคุณเนื้อหาข่าวจากไทยรัฐค่ะ
พบจิ้งจกประหลาดมี 2 หัวตรงข้ามกัน ไม่มีหาง ที่จันทบุรี โดยจิ้งจกมีประมาณ 3 นิ้วครึ่ง มีหัวอีกหัวอยู่บริเวณส่วนที่ควรจะเป็นหาง ลักษณะเหมือนจิ้งจก 2 ตัวหันหลังชนกัน เจ้าของเล่าฝันเห็นจิ้งจก 2 หัว และก็ได้มาจริงๆ แถมมีโชคลาภเข้ามาในชีวิต...
วันนี้ (7 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้ยินเสียงร่ำลือว่า ที่บ้าน เลขที่ 6 ซ.พระยาตรัง 4 ถนนพระยาตรัง ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี มีจิ้งจก 2 หัว จึงรุดไปตรวจสอบข้อเท็จจริง
พบนายจีรยุทธ เพชแก้ว เจ้าของบ้าน และเจ้าของจิ้งจกประหลาด 2 หัว เล่าว่า ได้เจอจิ้งจกดังกล่าในตอนกลางคืน เวลาประมาณ 2130 น. ของวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังกลับจากงานเลี้ยง เมื่อมาถึงบ้าน กำลังจะอาบน้ำ มองเห็น จิ้งจกประหลาด 2 หัว เกาะอยู่ที่มุ้งลวดในครัว จึงจับมาดู และใส่ถ้วยแก้วไว้ โดยที่จิ้งจกตัวดังกล่าวก็ไม่ได้หนีไปไหน จึงนำธูปมาจุดบูชา
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า จิ้งจกดังกล่าว มีขนาดความยาวประมาณ 3 นิ้วครึ่ง มีหัวอีกหัวอยู่บริเวณส่วนที่ควรจะเป็นหาง ลักษณะเหมือนจิ้งจก 2 ตัวหันหลังชนกัน ซึ่งนายจีรยุทธ เล่าด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ก็ได้ฝันว่าเห็นจิ้งจก 2 หัว และก็ได้มาจริงๆ จากนั้นจะมีโชคลาภเข้ามาในชีวิตตลอด โดยเจ้าของบอกว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นเลย และมาเห็นที่บ้านของตัวเอง โดยถ้าใครอยากจะมาดูมาดูได้ที่บ้านเพราะว่าตอนนี้เลี้ยงไว้ และมันเริ่มจะอ่อนแรงแล้ว เพราะมันไม่กินอาหาร
ที่มา : ไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ยางมัดผม..ลดความอ้วนได้!!! ต้องลองดู
เชื่อหรือไม่ว่าหนังยางวงเล็กๆ
ที่เราไว้ใช้มัดผมกันสามารถลดพุงได้
เป็นวิธีการที่ช่วยลดความอ้วนได้โดยเฉพาะที่เอวและที่หน้าท้องให้เล็กลงได้อย่างน่าทึ่งที่สุด...แล้วยังแถมอีกด้วยนะคือไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายและไม่ต้องมานั่งอดอาหารให้เกิดความหิวกระหายทุรนทุรายให้เสียสุขภาพจิตเล่น
ลดความอ้วนแบบมีเคล็ด...: ลดได้ตั้งหลายเซ็นด้วยนะ....
เป็นวิธีการที่ช่วยลดความอ้วนได้โดยเฉพาะที่เอวและที่หน้าท้องให้เล็กลงได้อย่างน่าทึ่งที่สุด...แล้วยังแกมอีกด้วยนะคือไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายและไม่ต้องมานั่งอดอาหารให้เกิดความหิวกระหายทุรนทุรายให้เสียสุขภาพจิตเล่น ๆอีกเสียด้วย...
ใช้เวลาแค่วันละแค่ 5 นาทีเท่านั้นเอง ก็สามารถที่จะทำให้เอวหนา ๆของเเรานั้นลดลงมาเป็นเอวบาง ๆเล็ก ๆ ได้ อย่างที่ว่าไม่น่าเชื่อ...
เคล็ดลับที่จะนำมาเสนอแนะให้กับทุกๆท่านลองทำกันดูในครั้งนี้ของเรานั้น เป็นเคล็ดลับที่ทำง่ายอย่างมากและที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรมากมาย...
เคล็ดที่ว่านี้จะทำโดยแค่ให้ใช้หนังยางที่ใช้สำหรับรัดผม (อย่างที่เห็นตามรูปตัวอย่างที่ เห็นในรูปภาพจะเป็นหนังยางแบบที่หนา ๆหน่อย ซึ่งรู้สึกว่าจะมีส่วนผสมที่ทำมาจากไหมพรม(ที่แนะนำนั้นก็เพื่อว่าเวลาที่จะคล้องลงไปเป็นเวลานานแล้วนั้นจะได้ไม่รู้สึกว่าเจ็บ)
นำหนังยางอย่างที่ว่านั้นมาคล้องลงไปตรงที่หัวแม่เท้าทั้งสองข้างให้เข้ามาติดกัน(อย่างที่เห็นตามรูปตัวอย่างที่แสดงไว้ในรูปที่ 1-2 )
และเมื่อคล้องลงไปแล้วก็มีข้อกำหนดนิดนึงว่าให้พยายามอย่าให้ส้นเท้าแยกออกจากกันเท่านั้นเป็นใช้ได้ แล้วทีนี้ก็ลงนอนลงไปอย่างตามสบายเลยทีเดียว...
ทำทุกๆวันและก็ทำเพียงแค่วันละแค่เพียง 5 นาทีก็พอและที่ดีที่สุดก็ตรงที่ไม่ต้องมานั่งลดอาหารให้ร่างกายต้องหิวโหยขาดอาหารจนเกิดเป็นร่างกายทรุดโทรมขึ้นมาได้..ว่าอย่างนั้น
และในเวลาที่ทำเคล็ดลับฉบับนี้นั้นมือก็ว่างจะนอนอ่านหนังสือหรือนอนกดโทรศัพท์มือถือเล่นก็ได้ตามสบายแล้วแต่จะต้องการเสียด้วย
ข้อที่ควรระวังที่มีนั้นก็จะมีเพียงว่า
1...ตอนที่ทำอยู่ถ้าเกิดอาการปวดที่ท้องน้อยขึ้นมาอย่างแรงแล้วละก็ขอให้งดการทำเสียทันที
2...อย่าทำมากเกินขนาดเป็นเวลานานเกินกว่าเวลาที่กำหนดไปมาก ๆ เป็นชั่วโมง ๆ
และในเคล็ดลับการลดความอ้วนด้วยเคล็ดในครั้งนี้เราได้ทำการทดสอบ กับคนที่ต้องการลดความอ้วนมาแล้วหลายคน(ใช้เวลาในการทำทุกวันประมาณ 2 อาทิตย์) และทุกคนก็ได้รับผลคือสามารถลดหน้าท้องและเอวให้เล็กลงมาได้อันเป็นที่น่าพอใจด้วยกันทุกคนเลย
ทำไมถึงเพียงแค่ใช้แค่ยางรัดที่ใช้รัดผมมารัดที่หัวแม่เท้าแล้วจึงลดความอ้วนที่เอวและที่หน้าท้องได้ล่ะ?
อันนี้มีเหตุผล
คนที่คิดเรื่องนี้ได้เขาค้นพบว่า การที่กระดูกบั้นเอว(โค๊ต สุ บัง) มีอาการ เบี้ยว โย้เย้(ยู กา มู) อยู่ไม่ตรงที่แน่นอน เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กล้ามเนื้อบั้นเอวและหน้าท้องของเรานั้นหยุดการทำงานที่ดีไป
ดังนั้นเมื่อเราได้ใช้หนังยางรัดลงไปที่นิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งเป็นจุดสำคัญของร่างกายที่จะไปช่วยบังคับการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้ทำงานดีขึ้นและตรงเป้าหมาย ช่วยให้กระดูกบั้นเอวของเรากลับคืนมาสู่ในที่ตั้งอันมั่นคง เป็นปกติ คือไม่เบี้ยวโย้เย้ กล้ามเนื้อหน้าท้องและรอบบั้นเอวก็จะค่อยๆแบนราบลง
เป็นเคล็ดลับที่น่าทึ่งมาก(สำหรับคนที่เอวหนา ๆ และมีหน้าท้องอึ๋มๆ ลองนำไปทำดูกับตัวเองบ้างก็ได้
วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552
7 สุดยอดอาหารโหดจากรอบโลก
1. ปลาหยิงหยาง(Yin Yang Fish)
ปลาหยิงหยาง(Yin Yang Fish) เป็นอาหารจากประเทศจีน วิธีทำคือจุ่มปลาเป็นใส่ลงไปในน้ำมัน และที่ทอดขณะมันมีชีวิตอยู่ โดยคนจีนเชื่อว่าการทานอาหารชนิดนี้ถือว่าเป็นเป็นยาชูกำลัง คนครัวจะใช้ผ้าเย็นที่แช่เย็นจัดพันส่วนหัวจนถึงพุงปลา และถือมันจากนั้นก็เอาส่วนหางของปลาจุ่มลงในน้ำมันร้อนเดือด ก่อนที่จะไหลส่วนตัวลงทอดตามลำดับ เหลือแต่ส่วนหัวไว้(ทอดครึ่งตัว) ซึ่งในจุดนี้ปลายังคงมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นภาพที่หวาดเสียวมาก เพราะปลาจะดิ้นตลอดเวลาด้วยความเจ็บปวด ถ้ามันพูดภาษาคนได้มันคงพูดว่า "ร้อน....โว้ย" ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้องใช้คีมคีบที่หัวปลาเอาไว้ไม่ให้ดิ้น รอจนเนื้อปลาสุกเป็นสีเหลือง ก็ยกขึ้นนำมา วางบนจานแต่งและราดน้ำซอสเครื่องเคียง ยกเสิร์ฟโดยครึ่งบนปลายังเป็นๆ อยู่ ปลายังคงอ้าปากพะงาบๆ ครีบยังกระดิกได้ แต่ครึ่งล่างทอดจนสุกสามารถกินได้ เป็นอันเสร็จพิธีสูตรลับอาหารโบราณ
2. อิคคีซึคุริ (Ikizukuri)
คุณกำลังคิดว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมที่ยาวนาน มีประเพณีที่แสนงดงาม คุณอาจคิดผิดก็ได้เพราะความโหดร้ายมักแฝงรูปของอาหารเสมอ โดยเฉพาะอาหารที่ชื่อ Ikizukuri แม้ชื่อออกจะน่ารัก แต่ทันที่คุณเห็นมัน โอ้!! มันน่ากลัวเหลือเกิน จนพูดไม่ออก........
อิคคีซึคุริ(Ikizukuri) มีความหมายว่า "ตระเตรียมขณะที่กำลังมีชีวิตอยู่" เป็นอาหารปลาที่ซึ่งแล่บางๆ และบริโภคทันทีจากปลาซึ่งยังชีวิตอยู่
วิธีการทำก็เริ่มจากเลือกปลาสำหรับนำฆ่า จากนั้นคนครัวที่มีความชำนาญมีดระดับเมตริกซ์ จะผ่าท้องปลาในขณะเป็นๆ เพื่อความสด ลากไส้พุงออกบางส่วน จากนั้นเขาก็แล่เนื้อปลาเป็นชิ้นบางๆ จนเหลือแต่หัวกับก้าง โดยไม่ฆ่ามัน จากนั้นก็จัดแต่งสวยงาม ขั้นตอนทังหมดนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น และเสริฟ์ดั่งภาพ เวลาคุณกินอาหารนี้คุณอาจได้ยินเสียงหัวใจของมันเต้นตุ้บๆ และเห็นจังหวะการเต้น เหงือกปลายังคงการทำงาน พยายามหอบหาอากาศหายใจ ตาของมันขยับไปมาเวลาคุณหยิบเนื้อของมันมากิน
และเหล่านั้นคือความสนุกของการกินอิคคีซึคุริ ถ้าคุณบอกว่าไม่โหดเชิญไปดูควิปได้เลยที่http://www.cracked.com/article_16951_6-most-sadistic-dishes-from-around-world.html
3. ออโต้ลีน ( Ortolan)
นก ortolan เป็นนกป่าน่ารักตัวเล็กๆ ร้องเพลงไพเราะ ตัวประมาณหกนิ้วยาว หนักประมาณสี่ออนซ์ แต่คนฝรั่งเศสเห็นนกนั้นเป็นอาหารมากกว่าสัตว์เลี้ยง แถมวิธีทำนั้นก็แสนที่คนรักนกรับไม่ได้!! (อาหารชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากพระที่ชื่อ Jean Anthelme Brillat-Savarin ได้คิดสูตรอาหารเพื่อซ่อนความตะกละของเขา)
เคล็ดลับการทำอาหารจาก Ortolan (มีชื่อเต็มๆ คือ Ortolan au Mitterrand) เริ่มจากการจับนกและทำให้ตามันบอดโดยใช้ที่ปากคีบ และใส่ในกรงแคบๆ เพื่อไม่ให้หนี เก็บมันไว้แล้วขุนอาหารด้วยข้าวเดือย, องุ่น และพืชจำพวกFicus จนมันมีขนาดตัวเกินประมาณ 4 เท่าของขนาดมันแล้ว ก็นำไปทรมานโดยจุ่มลวกเป็นๆ กินทั้งตัว(ดูจากภาพจะเห็นว่าเขาผ่าท้องเพื่อล้างกระเพาะขี้ ไส้ของมัน) เวลามันโดนน้ำร้อนลวกดิ้นทุรนทุรายก็อย่าสนใจมัน ปล่อยมันตายคาน้ำเดือดซะ ก็จะได้อาหารที่โครตสด ที่ชื่อ Ortolan กินกับเหล้าบรั่นดีเป็นอันเสร็จพิธี
แต่ความสนุกของอาหารชนิดนี้คือการที่คุณจะต้องกินมันทั้งตัว และเมื่อนกอยู่ในปากของคุณคุณก็ต้องเคี้ยวเนื้อทั้งหมดไม่ว่าจงอยปาก หัวของมัน ฟันที่กัดผ่านกระดูกเล็กๆ เสียงกร็อบๆ และฉากสุดท้ายคือนกตัวนั้นได้ไปอยู่กระเพาะอาหารของคุณซะแล้ว .......น่ากินซะที่ไหน
4. ฟัวกราส์ ( Foie Gras)
ฟัวกราส์(Foie Gras) เป็นตับห่านหรือเป็ดที่ถูกเลี้ยงให้อ้วนจนตับมีขนาดใหญ่กว่าตับธรรมดาหลายเท่า มีลักษณะนุ่มมันและมีรสชาติอร่อยแทบละลายในปาก
แน่ นอนการทำที่ได้ฟัวกราส์ เขาคงไม่ไม่ปล่อยเป็ด(ห่าน)เดินเล่นสนุกสนานๆ แน่ พวกนั้นจะถูกขังในแดนหรรษาที่แคบและมืดจนไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ ชีวิตของมันแต่ละวันจะหมดไปกับการกินๆ เท่านั้น กินลูกเดียว กินหัวอาหารพิเศษที่ทำให้ตับทำงานหนัก และเมื่อห่านกินไม่ไหวคนเลี้ยงก็จับห่านบีบคอกรอกอาหารด้วยหลอด(ท่อ)ใส่ อาหารโดยไม่สนว่ามันจะกินอิ่มหรือเปล่า(วันละ 2-3 ครั้ง)
และ เมื่อได้ระยะที่ต้องการก็นำมาฆ่า ผ่าท้องก็จะได้ตับห่านสีขาว (หรือตับเป็ด) ที่มีขนาดโตผิดปกติ เราคงคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นการ์ตูนละก็ ผิดถนัด และบทสรุปนั้นเลวร้ายกว่ามาก ใช่ว่าห่านบางตัวจะสามารถผลิตฟัวกราส์ ได้ หลายตัวมักตายในขณะที่ขุน เช่นท้องแตกตาย ตูดพัง ปากฉีก ฯลฯ มันอาจจะดูทารุณเล็กน้อย แต่เพื่อปากของผุ้บริโภคและเงินมันก็ต้องทำแบบนี้แหละ
5. โดะโจ โทฟุ Dojo Tofu
ในตะวันตกเรียกอก อาหารจานนี้ว่า "หม้อนรก" แต่สำหรับญี่ปุ่นแล้วมันเป็นอาหารละเอียดอ่อนที่มีประวัติและตำนานมายาวนาน ซึ่งเป็นอาหารเต้าหู้ต้นตำหรับของเมืองจุ่งหนานในประเทศจีนโบราณที่ทำจากปลา โดะโจ (Dojo) ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งมีขนาดเล็กลักษณะคล้ายปลาไหล ซึ่งนิยมกินกันในหมู่คนชั้นสูงและคนทำงาน เพราะมันได้พลัง (โดะโจ โทฟุมีอีกชื่อหนึ่งคือหม้อไฟยานางิกาวะ ซึ่งที่มาของชื่อนั้นมาจากร้านอาหารที่ทำอาหารชนิดนี้ในสมัยโอโดะนั้นเอง) เคล็ดลับในการทำก็คล้ายๆ กับต้มเปรตบ้านเราแหละ เริ่มจากต้มน้ำซุปให้เดือด และใส่เต้าหู้ก้อนใหญ่ๆ และเอาปลาโดะโจตัวเป็นๆ หลายๆ ตัว ใส่ลงหม้อ เมื่อน้ำในหม้อร้อนปลาโดะโจจะดิ้นรนหนีตายจากน้ำที่เดือดนั้นโดยมุดเข้าหาที่เย็นๆ นั้นคือเต้าหู้โดยเริ่มจากส่วนหัวซึ่งเมื่อมุดเข้าไปยากที่จะออกมาได้ จนกระทั้งมันตายคาเต้าหู้ทำให้สารอาหารจากตัวปลาจะซึมเข้าไปในเนื้อเต้าหู้ จากนั้นก็ปรุงด้วยไข่และพริกไทยและต้มต่อไปจนมีกลิ่นหอม
อาหารชนิดนี้ปัจจุบันมักถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลอาหารในการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งเห็นได้ว่าวัฒนธรรมนี้มันได้กลายเป็นเรื่องปกติเสียแล้ว
6. เฟง กัน จี (Feng Gan Ji)
ฟง กัน จี (Feng Gan Ji) อาหารจากประเทศจีนและทิเบต มีความหมายว่า 'ไก่ตาก-ลม' สิ่งที่คุณจำเป็นต้องใช้สำหรับเมนูนี้มีด้วยกันสี่อย่าง ได้แก่ ไก่เป็นๆหนึ่งตัว มีดคมๆซักเล่ม เชฟผู้มีฝีมือและสุดท้าย จิตใจที่ดำและเย็นชาราวกับไม่มีชีวิตที่สุด
จำฉากหนึ่งในหนังแบทแมนภาค the Dark Knight ได้ไหม?? ฉากที่ตัวตลกเย็บระเบิดใส่ในท้องของลูกน้องตัวเอง เมนูนี้ก็เป็นประมาณนั้นแหละ แต่ต่างกันแค่ตรงที่เชฟจะใช้เครื่องปรุง พริก สมุนไพรหรือส่วนผสมลับอะไรก็ตามแต่ ควักไส้สดๆออกมา ยัดส่วนผสมเข้าไป แล้วก็เย็บกลับคืน จากนั้นก็แขวนมันไว้ให้ลมพัดให้มันแห้ง แน่นอนตอนที่ผ่าท้องไก่ยัดใส่ไก่ จะทำในขณะที่ไก่ยังเป็นๆ ไม่ได้ฆ่าก่อนผ่าท้องแต่อย่างใด.....
ไก่จะสนุกกับการร้องกะต๊ากๆซึ่งคล้ายกับเสียงตะโกนสาปแช่งมาในสายลมว่า "เพื่อความรักของพระเจ้า พวกแกทำแบบนี้กับพวกเราทำไม!?" ในวินาทีอันแสนสั้นแห่งความเจ็บปวดหลังถูกทรมาน พวกมันดิ้นรนเพื่อที่จะดูพวกของมันถูกชำแหละตามกันมาด้วยการถูกทรมานในแบบเดียวกับที่มันเคยเผชิญ และเมื่อพวกมันส่งเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้าย สิ่งที่มันจะได้พบก็คือ ซากไส้ของมันเอง และเพื่อนพี่น้องของมันที่กำลังถูกทรมานอย่างทารุณ........ มีใครหิวไหม?
7. เฟรช ดันคี ( Fresh Donkey)
และอาหารอันดับหนึ่งมาจากประเทศจีน มันอาจไม่โหดเท่ากินเนื้อคนปากัวนิกีนี แต่มันได้ใจผมครับ เรื่องของเรื่องคือ เนื้อลา
ลาเป็นสัตว์ที่ลงความเห็นว่ารับประทานได้ เนื้อลาเป็นที่นิยมในประเทศจีน หาได้ทั่วไปเหมือนเนื้อหมูและเนื้อวัว และมีหลายเมนูด้วยกัน แต่ที่เราขอแนะนำต่อไปนี้คือ Huo Jia Lu (แปลว่า "ลาสด") อาหารที่มีต้นกำเนิดมาจากตำนานจีนที่แสนยิ่งใหญ่
อย่างที่บอกเมนูนี้เขียนว่าลาสด แน่นอนวิธีทำก็ต้องเอาลาเป็นๆ และจากนั้นก็มัดขาให้อยู่กับที่ไม่ให้ไปไหน(ดูภาพประกอบ)
และร่างของมันจะถูกควบคุมโดยทีมผู้ทรมานหรือที่เรียกกันว่า "พ่อครัว" เขาตัดเนื้อส่วนที่นุ่มๆ แล้วเสิร์ฟมันทันทีให้ผู้รับประทานมันท่ามกลางเสียร้องอันนโหยหวนของลา ผู้ชำแหละจะแล่หนังของลา แล้วราดน้ำเดือดลงสู่เนื้อสดๆ จนมันสุก แล้วเค้าก็หยิบมีดของเค้า จากนั้นก็.. โอ้ว.. เราพูดต่อไม่ได้แล้วล่ะ
ที่มา : FW mail
